24ต.ค..2020

ชีวิตเอเจ้นท์ก็แบบนี้แหละ EP.6: สังคมเอเจ้นท์แคบนิดเดียว

[ชีวิตเอเจ้นท์ก็แบบนี้แหละ🤔] เมื่อวานนี้มีเอเจ้นท์รายหนึ่งพาลูกค้าไปดูคอนโดเช่าย่านปุณวิถี
เมื่อเจอห้องที่ถูกใจลูกค้าขอต่อรองราคาจาก 20,000 เหลือเพียง 16,000 บาทเท่านั้น แถมสัญญาเช่าก็ระยะสั้นเพียง 6 เดือน
(มายก็อดดด กะจะไม่ให้เจ้าของเค้าได้อะไรเลยใช่มั้ยเนี้ย TT)
.
เจ้าของห้องรับได้ที่ 20,000 ต่ำกว่านั้นคงไม่ไหว เราจึงได้แจ้งเอเจ้นท์คนนั้นไป แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมาเค้าบอกเราว่า
ไม่เป็นไรเพื่อนเอเจ้นท์ชาวจีนของเค้า (ในเรื่องนี้ขอสมมติเป็นเอเจ้นท์ A) รู้จักเจ้าของห้อง เดี๋ยวเค้าให้เพื่อนไปคุยก็ได้ (นั่นแหนะ จะหนีไปปิดดีลกันเองสินะ ไม่น่ารักๆ)
.
แล้วเอเจ้นท์สองคนนั้นก็คุยกันทั้งที่ยังสายค้างอยู่กับเรา เราแอบได้ยินชื่อเจ้าของห้องท่านนั้น (ในเรื่องนี้ขอสมมติว่าชื่อคุณ B)
เราจึงถามกลับไปว่า นี่รู้จักคุณ B ด้วยหรอคะ ได้ยินดังนั้นเค้ารีบทำเสียงอึกอักแล้วรีบวางสาย “เดี๋ยวผมคุยเอง เดี๋ยว เดี๋ยวถ้าเซนสัญญายังไง เอ่อ เดี๋ยวผม เดี๋ยวผมแจ้งอีกที”
แต่คุณ B ที่ว่า คือทีมเซลคนหนึ่งของชินยูที่ดูแลเจ้าของห้องนี้ เราจึงหันไปเล่าเรื่องนี้ให้เค้าฟัง เค้ามั่นใจมากว่าเอเจ้นท์คนอื่นไม่น่าจะลูกจักเจ้าของห้อง เพราะเค้าดูแลเจ้าของห้องนี้มาโดยตลอด
.
จังหวะโบ๊ะบ๊ะอย่างกับซิทคอม เค้าเล่าว่าก่อนหน้านี้เอเจ้นท์ A เพิ่งโทรมาถาม Condition ห้องนี้เลยกำลังจะเดินมาแจ้ง
สรุปเอเจ้นท์ A คนที่ว่าก็คือพาร์ทเนอร์ของชินยูนี่แหละ และสนิทกับคุณ B (ที่เอเจ้นท์ท่านนั้นคิดว่าเป็นเจ้าของห้อง
แต่เปล่าจ้าเป็นทีมชินยูเอง อิอิ) ท้ายที่สุดเค้าก็ต้องเลือกห้องอื่นเพราะ Condition ที่ขอมาเราให้ไม่ได้จริงๆ
.
สังคมเอเจ้นท์มันเล็กนิดเดียวเองนะทุกคน อยากให้อยู่กันอย่างเพื่อน ไม่อยากให้แย่งดีลกันแบบนี้เลย
คุณขอกุญแจเราอำนวยความสะดวก เราดีลให้ คอมเราก็แชร์ให้แบบเต็มๆ พอจะขอลดราคาแล้วมีลู่ทางที่คิดว่าจะปิดดีลได้เอง
หรือปิดกับคนอื่น คุณก็คิดจะไปดื้อๆแบบนี้ ไม่น่ารักเลยน้า ฝากไว้ให้คิสสสสสสสส